ข่าวสาร เศรษฐกิจ การวิเคราะห์ โดยรวมแหล่งการวิเคราะห์


ลักษณะสังคมที่ดำเนินชีวิตขัดแย้งกับความตระหนักในความจริง

Posted in การเมือง by thaieconomic on April 4, 2011

2. ลักษณะสังคมที่ดำเนินชีวิตขัดแย้งกับความตระหนักในความจริง
เมื่อพิจารณาสภาพสังคมไทย เราจะพบว่าปรัชญาการมองโลกของคนในสังคมมักจะมีลักษณะยอมรับการผสมผสานความขัดแย้งทางความคิดเข้าไว้ในการดำเนินชีวิต อันเกิดขึ้นเนื่องจากการไม่ประสานสอดคล้องกันในทางความคิดระหว่าง “ภาคทฤษฎี” ที่ได้รับมาจากการศึกษา จากครอบครัว หรือจากแหล่งต่าง ๆ กับ “ภาคปฏิบัติ” หรือการนำไปใช้ในการดำเนินชีวิตจริง เช่น เรารู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ดี สิ่งที่เรารู้ว่าถูกต้องแต่เรากลับเลือกในสิ่งที่ตรงกันข้ามกับสิ่งที่เราเชื่อว่าดีและถูกต้องนั้น เหตุผลอาจเป็นเพราะเพื่อตอบสนองความต้องการและความพึงพอใจฝ่ายกายภาพ เพื่อตอบสนองตามภาวะของอารมณ์ความรู้สึกในขณะนั้น หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งเป้าหมายที่ปรารถนาโดยปฏิเสธวิธีการที่ถูกต้อง ดังนั้นสภาพของสังคมไทยโดยทั่วไปจึงเห็นลักษณะของความขัดแย้งระหว่างภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติอยู่เป็นจำนวนไม่น้อย อาทิ
ในภาคทฤษฎี มีการยอมรับว่าพื้นฐานของหลักคำสอนทางศีลธรรมล้วนมุ่งที่จะให้คนสามารถ ลด ละ เลิก ซึ่งกิเลสและสิ่งที่ชั่วร้ายต่าง ๆ และหันกลับมายึดมั่นกระทำแต่สิ่งที่ดีงาม รู้จักดำเนินชีวิตอย่างพอใจในสิ่งที่ตนเองมีอยู่ แต่ทว่าในภาคปฏิบัติจริง คนในสังคมกลับยึดมั่นและให้คุณค่าแก่ “วัตถุนิยม” ค่อนข้างสูง อันเป็นแนวคิดที่ตรงข้ามกับคำสอน ซึ่งประเทศไทยรับรูปแบบมาผ่านการพัฒนาความเจริญทางเศรษฐกิจ การศึกษา สื่อมวลชน เป็นต้น ดังนั้นเมื่อปะทะเข้ากับแนวคิดเดิมซึ่งเป็นขนบประเพณีที่เชื่อกันมาเป็นเวลานาน จึงเกิดการกระทำที่ขัดแย้งกับความเชื่อ เช่น การที่เชื่อว่าศาสนาอยากให้คนกระทำดี แต่คนกลับใช้ศาสนาเพื่อหวังผลประโยชน์ทางวัตถุแทนการปรับปรุงตนเองให้สอดคล้องกับคำสอนที่ได้รับ สังเกตได้จากคนจำนวนไม่น้อยที่กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อหวังผลทางวัตถุ ลาภ ยศ สรรเสริญ แต่พฤติกรรมยังคงฉ้อโกง โกหกพกลม ดื่มสุราเมามาย หรือเป็นนักการพนันอยู่ สิ่งที่เกิดขึ้นคือการใช้ศาสนาเพื่อตอบสนองวัตถุนิยมของตน ทำให้มีเพียงคนจำนวนน้อยในสังคมเท่านั้นที่มุ่งแสวงหาสัจธรรมความจริงที่อยู่เบื้องหลังศาสนา
ในเรื่องการเมืองการปกครอง การรู้ว่าการคอร์รัปชัน การให้สินบน การใช้ระบบเส้นสาย การซื้อเสียงเป็นสิ่งที่ผิดในเชิงระเบียบปฏิบัติ แต่เป็นที่รู้กันว่าการกระทำที่ไม่ถูกต้องเหล่านี้เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางในประเทศไทย ตั้งแต่ระดับปกครองจนถึงระดับประชาชนธรรมดาจนกลายเป็นเรื่องปกติ แต่ในขณะเดียวกันคนเหล่านั้นก็พยายามแสดงตัวว่าตนเองเป็นคนที่ดี รักษาระเบียบปฏิบัติไว้เสมอ สังเกตง่าย ๆ ว่าจะไม่มีพรรคการเมืองใดออกมากล่าวว่าตนเองใช้เงินซื้อเสียงเข้ามา แต่จะกล่าวว่าตนเองได้รับการเลือกตั้งอย่างบริสุทธิ์จากประชาชน ทั้ง ๆ ที่ในความเป็นจริงแล้วใช้เงินซื้อเสียงเข้ามา โดยที่นักการเมืองเหล่านั้นก็ไม่ได้มีความรู้สึกแต่อย่างใดว่าตนเองกล่าววาจาโกหกอย่างหน้าตายเพื่อให้คนยอมรับ
ในทางการศึกษา การได้รับการศึกษาที่มีรากฐานมาจากตะวันตก ทำให้เกิดความขัดแย้งในภาคปฏิบัติในสังคมไทย ครอบครัวตัวอย่างจากชีวิตจริงของครอบครัวหนึ่งที่สามีภรรยาเป็นนักวิทยาศาสตร์แต่กลับไม่สามารถใช้เหตุผลเชิงวิทยาศาสตร์ในการดำเนินชีวิตอย่างสอดคล้องได้ ทั้งคู่มีบุตรสองคนแต่ทั้งสองคนนั้นเป็นเด็กที่มีอาการผิดปกติทางสมอง สร้างความทุกข์ให้แก่คนทั้งสองมาก เมื่อครอบครัวมาถึงภาวะที่ไม่มีทางออกเพราะเต็มไปด้วยความทุกข์ ความเสียใจ ไม่คาดคิดว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะเกิดขึ้นกับชีวิตของตน สามีได้ให้สัมภาษณ์นิตยสารฉบับหนึ่งไว้ว่า
“ตอนนั้นใครว่าพระที่ไหนดี หมอผี หมอพื้นบ้าน ไสยศาสตร์อะไร เอาหมดทุกทาง ทั้ง ๆ ที่พ่อกับแม่เป็นนักวิทยาศาสตร์ทั้งคู่นะ ไม่น่าเชื่อเรื่องเหล่านี้ได้ เพราะตอนนั้นมันสิ้นหวังแล้วคิดตลอดว่าลูกต้องหาย ใครแนะนำอะไรก็ไป เคยกระเตงกันลงเรือเพื่อจะไปหาเจ้าเข้าทรงอะไรนั่นน่ะ เรือเกือบล่มตายกันหมดก็มี คิดดูสิ คือตอนนั้นเราเดินไม่ถูกทาง เราเบี่ยงเบนความคิด เหมือนกับลึก ๆ ก็รู้ว่าลูกเราเป็น แต่ใจมันไม่ยอมรับ เป็นอย่างนี้นานมาก เป็นปี ๆ เลยกว่าจะคิดได้”7
การกระทำที่ไม่สอดคล้องกันดังกล่าว ดร.ปรีดี พนมยงค์ ได้เคยแสดงปาฐกถาไว้เมื่อปี พ.ศ. 2517 ภายใต้ชื่อเรื่องว่า “การวิเคราะห์สังคมสยามตามกฎธรรมชาติแห่งความขัดแย้งเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลง” โดยได้กล่าวไว้ตอนเกริ่นนำการปาฐกถาว่า “นักวิทยาศาสตร์หลายท่านแม้มีความเข้าใจในธรรมชาติเป็นอย่างดี แต่เนื่องจากเกาะแน่นอยู่ในทรรศนะหรือซากทรรศนะแห่งสังคมเก่าก็ยับยั้งความรู้ทางวิทยาศาสตร์ธรรมชาติไว้เพียงวิชาประเภทนั้น โดยมิได้นำกฎวิทยาศาสตร์ธรรมชาติมาประยุกต์แก่สภาพและความเคลื่อนไหวของสังคม”8
ตัวอย่างดังกล่าวข้างต้นแสดงให้เห็นว่า สังคมไทยเป็นสังคมที่สะสมความขัดแย้งในการดำเนินชีวิต อาจกล่าวได้ว่าเป็นสังคมที่มี “การดำเนินชีวิตไม่สอดคล้องกับสิ่งที่ตนเชื่อ” และ “การกระทำไม่ได้สอดคล้องกับคำพูด”

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s


%d bloggers like this: