ข่าวสาร เศรษฐกิจ การวิเคราะห์ โดยรวมแหล่งการวิเคราะห์


ลักษณะของสังคม ที่มีส่วนทั้งส่งเสริมและขัดขวางการเสริมสร้างทางปัญญา

เมื่อพิจารณาวิเคราะห์สภาพสังคมไทยจะพบลักษณะของสังคมหลายประการที่มีส่วนทั้งส่งเสริมและขัดขวางการเสริมสร้างทางปัญญาของคนในสังคม เริ่มตั้งแต่รากฐานความเชื่อและความคิดเชิงปรัชญาที่มีรากฐานมาจากอินเดีย ในขณะที่สังคมไทยรับความเจริญก้าวหน้าสมัยใหม่ทั้งทางด้านการศึกษา เทคโนโลยี รูปแบบการดำเนินชีวิตมาจากประเทศตะวันตก จึงเกิดการผสมผสานความขัดแย้งระหว่างปรัชญาตะวันตกและปรัชญาตะวันออก กลายเป็นลักษณะสังคมไทยที่มีลักษณะบางประการค่อนข้างปิดโอกาสทางปัญญาของคนในสังคม ซึ่งสามารถแยกเป็นประเด็นต่าง ๆ ได้ดังนี้

1. ลักษณะสังคมที่ไม่ยึดมั่นตามหลักเหตุผลทางวิทยาศาสตร์อย่างเพียงพอ
1.1 มีความเชื่อตามธรรมเนียมนิยมสูง
คนในสังคมจำนวนมากขาดการใช้เหตุผลเชิงวิทยาศาสตร์อย่างเพียงพอในการวิเคราะห์ธรรมชาติตามปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น แต่รากฐานความเชื่อที่ใช้ในการดำเนินชีวิตของคนในสังคมเชื่อหลงใหลในสิ่งเหนือธรรมชาติที่หลักฐานทางวิทยาศาสตร์พิสูจน์ไม่ได้ โดยใช้เหตุผลที่เกิดจากความเชื่อสืบทอดจากบรรพบุรุษหรือขนบธรรมเนียมประเพณี หรือเกิดจากการสั่งสอนของผู้ใหญ่ ซึ่งเน้นการเชื่อฟังโดยไม่จำเป็นต้องเข้าใจเหตุผล คนในสังคมจำนวนไม่น้อยจึงกระทำตามโดยปราศจากความคิดว่า “ทำไมต้องเป็นเช่นนั้น” หรือสิ่งที่กระทำลงไปนั้น “สมเหตุสมผลหรือไม่” แต่จะมีความคิดเพียงว่า ทำไปแล้วจะดีต่อชีวิต ถ้าไม่ทำนั้นจะเป็นความผิด จึงเกิดการกระทำบางครั้งบนพื้นฐานของความกลัว ทั้ง ๆ ที่ในความเป็นจริงอาจไม่เป็นเช่นนั้นก็ได้ ซึ่งการดำเนินชีวิตเช่นนี้เป็นการดำเนินชีวิตอย่างไม่สมเหตุสมผลตามหลักวิทยาศาสตร์
สังคมไทยให้ความเชื่อในเรื่องโชคลาง เชื่อในของขลังหรือเชื่อในความลึกลับของธรรมชาติค่อนข้างสูง ซึ่งหลายครั้งกลายเป็นความเชื่อที่ขาดเหตุผล ดังปรากฏให้เห็นได้ชัดเจนในข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ที่เมื่อมีต้นไม้ที่มีลักษณะประหลาด สัตว์ที่คลอดมาผิดปกติ หรือปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ผิดปกติก็จะเกิดการบวงสรวงบูชาเพื่อขอโชคลาภ เกิดพฤติกรรมที่เป็นมาจากความเชื่อโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อสงสัยหรือหาข้อพิสูจน์ เช่น เชื่อในการทำนายของหมอดูที่ทำนายโชคชะตาราศี จนกลายเป็นสิ่งกำหนดชีวิตและเป็นเหตุให้ขาดความมั่นใจในตนเองอย่างเพียงพอในการดำเนินชีวิต ซึ่งอาจทำให้คนในสังคมเชื่องมงายได้โดยง่าย มีจิตใจหมกหมุ่นกับสิ่งเหล่านี้มากจนเกินไปและสามารถเกิดผลเสียเช่น ตกเป็นเหยื่อพวกมิจฉาชีพ เป็นต้น

1.2 การยอมรับในระบบการเชื่อฟังอย่างตกขอบ
ลักษณะของผู้มีปัญญาประการสำคัญประการหนึ่งคือ ต้องเป็นผู้ที่สามารถใช้ความคิดได้อย่างเป็นอิสระ เพื่อให้สามารถเกิดการใช้เหตุผลถกเถียงในประเด็นต่าง ๆ ได้ รวมทั้งต้องมีใจที่เปิดกว้างรับฟังความคิดของผู้อื่นด้วย เพื่อให้เกิดการโต้แย้งกันด้วยเหตุผลเชิงตรรกะ ดังนั้นสังคมต้องเปิดกว้างทางความคิดให้คนในสังคมมีอิสระในการเลือกกระทำสิ่งที่ถูกต้องอย่างสมเหตุสมผล แต่ในสังคมไทยกลับให้ความสำคัญต่อการเชื่อฟังสูง จนไร้ขอบเขตอันสมควร เช่น มีความเชื่อในเรื่องของอำนาจนิยม เชื่อเรื่องการแบ่งชนชั้นในระบบศักดินา ซึ่งการเชื่อฟังในลักษณะเช่นนี้ไม่ได้มาพร้อมกับเสรีภาพในการคิดหรือการโต้แย้งประกอบไปด้วย จึงเกิดการดำเนินชีวิตตามคำบอกเล่าสืบ ๆ กันมาได้อย่างง่ายดายมากกว่าจะเป็นผู้ที่เกิดความคิดเชิงวิพากษ์ และพยายามสังเกตค้นคว้าหาหลักฐาน ใช้เหตุผลและความคิดด้วยตรรกะ หรือยึดมั่นในความถูกต้องอย่างแท้จริง สังคมไทยเน้นการเชื่อฟังสูงกว่าการเปิดโอกาสให้อิสระต่อการวิพากษ์อย่างยุติธรรม ระบบการศึกษา ระบบครอบครัว และระบบการทำงานเน้นการเชื่อฟังจนเกินเหตุจึงเป็นเหตุให้ใช้อารมณ์ความรู้สึกตัดสินอย่างไม่สมเหตุสมผล

credit จาก บทความของ ศาสตราจารย์ อาจารย์เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ บล๊อก drkriengsak

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s


%d bloggers like this: